1ครั้นวันสะบาโตล่วงไปแล้ว มารีย์ชาวมักดาลา มารีย์มารดาของยากอบ และนางสะโลเม ซื้อเครื่องหอมมาเพื่อจะไปชโลมพระศพของพระองค์stylusลูกา 23:56, ลูกา 24:12, ลูกา 23:56, ลูกา 24:12, มาระโก 15:402เวลารุ่งเช้าวันต้นสัปดาห์พอดวงอาทิตย์ขึ้นเขาก็มาถึงอุโมงค์stylusยอห์น 20:1, ยอห์น 20:1, ลูกา 24:1, มัทธิว 28:1, ลูกา 24:13และเขาพูดกันว่า “ใครจะช่วยกลิ้งก้อนหินออกจากปากอุโมงค์”stylusมาระโก 15:46, มาระโก 15:47, มาระโก 15:46, มาระโก 15:47, มัทธิว 27:604เมื่อเขามองดูก็เห็นก้อนหินนั้นกลิ้งออกแล้ว เพราะเป็นก้อนหินโตมากstylusลูกา 24:2, มัทธิว 28:2, มัทธิว 28:4, ยอห์น 20:1, ลูกา 24:25ครั้นเขาเข้าไปในอุโมงค์แล้ว ได้เห็นหนุ่มคนหนึ่งนุ่งห่มผ้ายาวสีขาวนั่งอยู่ข้างขวา ผู้หญิงนั้นก็ตกตะลึงstylusยอห์น 20:11, ยอห์น 20:12, ยอห์น 20:11, ยอห์น 20:12, มัทธิว 28:36ฝ่ายคนหนุ่มนั้นบอกเขาว่า “อย่าตกตะลึงเลย พวกท่านทั้งหลายมาหาพระเยซูชาวนาซาเร็ธซึ่งต้องตรึงไว้ที่กางเขน พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว พระองค์หาได้ประทับที่นี่ไม่ จงดูที่ที่เขาได้วางพระศพของพระองค์เถิดstylusวิวรณ์ 1:17, วิวรณ์ 1:18, วิวรณ์ 1:17, วิวรณ์ 1:18, 1 โครินธ์ 15:37แต่จงไปบอกพวกสาวกของพระองค์ทั้งเปโตรเถิดว่า พระองค์เสด็จไปยังแคว้นกาลิลีก่อนท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจะเห็นพระองค์ที่นั่น เหมือนพระองค์ตรัสไว้แก่พวกท่านแล้ว”stylusมาระโก 14:28, มาระโก 14:28, มัทธิว 26:32, มัทธิว 26:32, มัทธิว 28:108หญิงเหล่านั้นก็ออกจากอุโมงค์รีบหนีไป เพราะพิศวงตกใจจนตัวสั่น เขามิได้พูดกับผู้ใดเพราะเขากลัวstylusลูกา 24:9, ลูกา 24:11, ลูกา 24:37, มาระโก 16:5, มาระโก 16:69ครั้นรุ่งเช้าวันต้นสัปดาห์ เมื่อพระเยซูทรงเป็นขึ้นมาแล้ว พระองค์ทรงสำแดงพระองค์ให้ปรากฏแก่มารีย์ชาวมักดาลาก่อน คือมารีย์คนที่พระองค์ได้ขับผีออกเจ็ดผีstylusยอห์น 20:14, ยอห์น 20:19, ยอห์น 20:14, ยอห์น 20:19, ลูกา 8:210มารีย์จึงไปบอกพวกคนที่เคยอยู่กับพระองค์แต่ก่อน เขากำลังร้องไห้เป็นทุกข์อยู่stylusยอห์น 20:18, ยอห์น 20:18, ยอห์น 16:6, มาระโก 14:72, มัทธิว 9:1511เมื่อเขาได้ยินว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่ และมารีย์ได้เห็นพระองค์แล้ว เขาก็ไม่เชื่อstylusลูกา 24:11, ลูกา 24:11, มาระโก 16:13, มาระโก 16:14, มาระโก 16:1312ภายหลังพระองค์ทรงปรากฏพระกายอีกรูปหนึ่งแก่ศิษย์สองคน เมื่อเขากำลังเดินทางออกไปบ้านนอกstylusลูกา 24:13, ลูกา 24:32, ลูกา 24:13, ลูกา 24:32, ยอห์น 21:1413ศิษย์สองคนนั้นจึงไปบอกศิษย์อื่นๆ แต่เขามิได้เชื่อstylusยอห์น 20:25, ยอห์น 20:25, ลูกา 24:33, ลูกา 24:35, ลูกา 24:3314ภายหลังพระองค์ทรงปรากฏแก่สาวกสิบเอ็ดคนเมื่อเขาเอนกายลงรับประทานอยู่ และทรงติเตียนเขาเพราะเขาไม่เชื่อและใจดื้อดึง ด้วยเหตุที่เขามิได้เชื่อคนซึ่งได้เห็นพระองค์เมื่อพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาแล้วstylus1 โครินธ์ 15:5, 1 โครินธ์ 15:5, ลูกา 24:36, ลูกา 24:43, ลูกา 24:3615ฝ่ายพระองค์จึงตรัสสั่งพวกสาวกว่า “ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลกประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคนstylusมัทธิว 28:19, มัทธิว 28:19, มาระโก 13:10, มาระโก 13:10, กิจการ 1:816ผู้ที่เชื่อและรับบัพติศมาก็จะรอด แต่ผู้ที่ไม่เชื่อจะต้องถูกลงพระอาชญาstylusยอห์น 11:25, ยอห์น 11:26, ยอห์น 11:25, ยอห์น 11:26, ยอห์น 3:3617มีคนเชื่อที่ไหน หมายสำคัญเหล่านี้จะบังเกิดขึ้นที่นั้น คือเขาจะขับผีออกโดยนามของเรา เขาจะพูดภาษาใหม่หลายภาษาstylusกิจการ 5:16, กิจการ 5:16, 1 โครินธ์ 12:28, 1 โครินธ์ 12:28, 1 โครินธ์ 12:1018เขาจะจับงูได้ ถ้าเขาดื่มยาพิษอย่างใด จะไม่เป็นอันตรายแก่เขา และเขาจะวางมือบนคนไข้คนป่วย แล้วคนเหล่านั้นจะหายโรค”stylusลูกา 10:19, ลูกา 10:19, ยากอบ 5:14, ยากอบ 5:15, ยากอบ 5:1419ครั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสสั่งเขาแล้ว พระองค์ทรงถูกรับขึ้นไปในสวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้าstylus1 เปโตร 3:22, 1 เปโตร 3:22, ฮีบรู 1:3, ฮีบรู 1:3, ฮีบรู 12:220พวกสาวกเหล่านั้นจึงออกไปเทศนาสั่งสอนทุกแห่งทุกตำบล และองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงร่วมงานกับเขา และทรงสนับสนุนคำสอนของเขาโดยหมายสำคัญที่ประกอบนั้น เอเมนstylus1 โครินธ์ 2:4, 1 โครินธ์ 2:5, 1 โครินธ์ 2:4, 1 โครินธ์ 2:5, กิจการ 14:3